แข้งย้อมแมว หลังศึกฟุตบอลโลก

0
93
views

ทุกครั้งที่ศึกฟุตบอลโลกจบลง เรามักจะเห็นดาวรุ่งหรือสตาร์หน้าใหม่อายุ 20 กลางๆ ค่อนไปทางปลายแจ้งเกิดจากผลงานในทีมชาติ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ด้วยระบบของทีมที่ดี กุนซือในทีมชาติมีแท็คติกที่เหมาะสมให้กับแข้งรายนั้นๆ เหนือพลังใจในสีเสื้อเพื่อชาติมันทำให้ทุกคนเค้นฟอร์มออกมา จนเป็นที่จับตาของสโมสรดัง และได้ย้ายทีม แต่เมื่อฤดูกาลเปิดขึ้น พวกเขากลับดับสนิท กลายเป็น แข้งย้อมแมว

ฟุตบอลโลก
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ดาวรุ่งยอดเยี่ยม เวิลด์ คัพ 2018 และดีกรีแชมป์โลกกับทีมชาติฝรั่งเศสที่ทุกคนจับตา หวังว่าจะรักษาฟอร์มอย่างต่อเนื่องต่อไปกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

การย้ายจากทีมเล็กไปสู่ทีมใหญ่ หรือแค่ย้ายไปอีกที่หนึ่งน่าจะสร้างแรงขับให้ผู้เล่นได้ แต่ก็ไม่ใช่เสมอไป สโมสรก็ผิดหวังไม่ต่างจากโดนย้อมแมวขาย บางคนเราลืมเขาไป หรือนึกชื่อเขาไม่ออกอีกเลยด้วยซ้ำ

แข้งย้อมแมว หลังศึก ฟุตบอลโลก มีใครกันบ้าง

อันเดรียส อิซาคส์สัน
แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แข้ง ย้อมแมว
อิซาคส์สันย้ายเข้ามาก่อนยุคของท่าน ชี้ค มานซูร์ แต่ก็ไม่สามารถประคองตัวให้เป็นมือหนึ่งต่อไปจนต้องย้าย

อิซาคส์สัน เป็นมือหนึ่งทีมชาติสวีเดนตั้งแต่ยูโร 2004 และเป็นตัวจริงต่อเนื่องจนถึง เวิลด์ คัพ 2006 ทั้งที่แบกอาการบาดเจ็บ ซึ่งคาดกันว่า มันเป็นสาเหตุให้อาชีพใน พรีเมียร์ลีก ของเขาไม่รุ่งโรจน์ เขาไม่สามารถทำผลงานให้โดนใจ สจ๊วร์ต เพียร์ซ ผู้จัดการทีม แย่งมือหนึ่งจาก นิคกี้ วีเวอร์ ได้เลย

เมื่อเปลี่ยนกุนซือในซีซั่นถัดไปมาที่ สเวน โกรันส์ อีริคส์สัน เขาก็ยังเป็นเพียงสำรอง และในนัดสุดท้ายของซีซั่น 2007/08 เมื่อลงเป็นตัวจริง ก็โดน มิดเดิ้ลสโบรช์ สอยไป 8-1 จนต้องย้ายไป พีเอสวี

ปัจจุบันก็ยังไม่แขวนถุงมือและอยู่กับ เยอร์การ์เด้น ในวัย 36 ปี

โอเล็ค ซาเลนโก้
บาเลนเซีย

แข้งย้อมแมว
ไม่มีใครไม่อยากได้ดาวยิงยอดเยี่ยมประจำศึกฟุตบอลโลกไปร่วมทัพ แต่เมื่อแจ้งเกิดและได้รับโอกาส ซาเลนโก้ กลับไม่สามารถปล่อยกระสุนออกมาช่วยสโมสร เหมือนที่ทำในนามทีมชาติ

การได้รางวัลรองเท้าทองคำของศึกฟุตบอลโลกทั้งที่ทีมไม่ได้ผ่านเข้ารอบลึกก็น่าจะพอรับประกันได้ว่า กองหน้าคนนั้นใช้โอกาสไม่เปลือง ใน เวิลด์ คัพ 1994 รัสเซียจอดป้ายแค่รอบแบ่งกลุ่ม แต่มีเกมที่น่าทึ่งในการขยี้แคเมอรูน 6-1 และ ซาเลนโก้ ยิงได้ 5 ประตู เมื่อรวมอีก 1 ประตูในเกมพ่ายสวีเดน เขาก็ครองรางวัล โกลเด้น บูท เป็นการรับประกันคุณภาพ และได้ย้ายสู่ บาเลนเซีย

ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรบ้างใน 1 ฤดูกาลที่ เมสตาญ่า แต่เมื่อหน้าร้อนมาถึงอีกครั้ง เขาก็เก็บข้าวของไป เซลติก ซะแล้ว

โรเบิร์ต ยาร์นี่
โคเวนทรี – เรอัล มาดริด

5 แข้งย้อมแมว
ยาร์นี่ ฟอร์มไม่ดีแม้ได้อยู่ทีมใหญ่สมใจ และเมื่อโดนดร็อปเป็นสำรองก็มีข่าวลือว่า เรอัล ทำไปเพื่อความสะใจ เพราะตอนที่ขอซื้อ เบติส ไม่ขายให้

ก่อนถึงยุคทองของโครเอเชียในปี 2018 “ตาหมากรุก” ในฐานะอันดับ 3 ของ เวิลด์ คัพ 1998 เป็นที่จดจำมากที่สุด และมีฟูลแบ็คที่จัดจ้านอย่าง ยาร์นี่ เขาย้ายมาอังกฤษเมื่อได้เจรจากับ กอร์ดอน สตรัคคั่น ผู้จัดการทีม โคเวนทรี ทีมกลางที่มีสไตล์สุดๆ ใน พรีเมียร์ลีก สมัยนั้น

ยาร์นี่ ดูภูมิใจมากเมื่อเล่าว่า สตรัคคั่น ชอบใจผลงานของเขาแค่ไหน เขาจึงตัดสินใจมาที่นี่ แต่เพียงแค่ปรีซีซั่น ก็มีข่าวว่า เรอัล มาดริด ต้องการตัวเขา และเอาเงินฟาดหน้า โคเวนทรี เพราะครั้งที่อยากได้ตัวจาก เรอัล เบติส คู่ปรับในสเปนกันเองกลับไม่ยอมขายให้

แน่นอนว่าเขาย้ายไปทันที โดยที่ยังไม่ได้ลงเล่นเกมแรกของฤดูกาลที่แดนผู้ดีด้วยซ้ำ เขาลงเล่นให้ “ราชันชุดขาว” ไปบ้าง แต่ก็ไม่ดีเหมือนตอนที่อยู่กับ เบติส และโดน โรแบร์โต้ คาร์ลอส แย่งพื้นที่ไป

เอล ฮัดจิ ดิยุฟ
ลิเวอร์พูล

5 แข้ง
นอกจากฟอร์มอันย่ำแย่ พฤติกรรมก็ยังไม่สามารถซื้อใจแฟนๆ ได้ และอาจเป็นหนึ่งในกองหน้าสุดห่วยตลอดกาลสำหรับ “หงส์แดง”

ฟุตบอลโลก 2002 ฝรั่งเศสในฐานะแชมป์เก่าลงสนามพบเซเนกัล ตัวแทนจากแอฟริกาสร้างผลงานช็อกโลก ทำให้ ลิเวอร์พูล เดินหน้าคว้า ดิยุฟ มาร่วมทัพ เขายิงใส่ เซาธ์แฮมป์ตัน ในเกมที่ 2 ที่ลงสนาม แต่หลังจากนั้น 8 เดือนก็บอดสนิท ปีแรกว่าแย่แล้ว ปีที่ 2 แย่ยิ่งกว่า เขายิงไม่ได้เลย และยังทะเลาะกับแฟนบอละหว่างเกม ยูฟ่า คัพ ถ่มน้ำลายใส่แฟน เซลติก จน เชราร์ด อุลลิเย่ร์ ผู้จัดการทีมตำหนิลูกทีมว่าจะโดนพฤติกรรมจากอารมณ์ชั่ววูบนี้หลอกหลอนไปจนแขวนสตั๊ด

สโมสรปรับเงินค่าเหนื่อย 2 สัปดาห์ของ ดิยุฟ และบริจาคเข้ามูลนิธิที่ เซลติก แนะนำให้ จากนั้นความสัมพันธ์ของเขากับ “เดอะ ค็อป” ก็ตกต่ำลงเรื่อยๆ ก่อนย้ายออกไปในปี 2004 เขายังได้รับคำด่าไล่หลังจาก เจมี่ คาร์ราเกอร์ ว่าเป็นกองหน้าที่ห่วยที่สุดที่กล้าพอจะไม่ยิงเลยสักประตูตลอดฤดูกาล

เคลแบร์สัน
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แข้งย้อมแมว หลัง ศึกฟุตบอลโลก
เคลแบร์สัน ใช้เวลาหลังจากฟุตบอลโลก 2002 ถึง 1 ปีกว่าจะได้ย้ายไปร่วมทีมที่ต้องการ แต่ถึงอย่างนั้น เขากลับไม่สามารถวาดลวดลายได้สมกับที่มีถิ่นกำเนิดในแดนกาแฟเอาเลย

หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ เรียกตัว เคลแบร์สัน มาติดทีมชาติบราซิลชุดสู้ศึกฟุตบอลโลก 2002 ในฐานะตัวสำรองตลอดรอบแบ่งกลุ่ม จนเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ เมื่อต้องเจอทีมชาติอังกฤษการใช้ความสดเข้าสู้เป็นเรื่องสำคัญ เขาจึงได้ลงเป็นตัวจริง และมีส่วนกับประตูขึ้นนำ 2-1 ช่วยให้ทัพ “เซเลเซา” เข้ารอบ และยึดตำแหน่งไปจนถึงแชมป์โลก

ทั้งที่ผลงานเข้าตา เขาก็ยังอยู่กับ แอตเลติโก้ พาราเนนเซ่ แม้มีข้อเสนอจาก 5 สโมสร หนึ่งในนั้นไม่ใช่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ในที่สุด ปี 2003 เขาก็ได้เปิดตัวเคียงข้าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และแย่งตำแหน่งกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อย่างออกรส อาการบาดเจ็บรบกวนทำให้เขาพ่ายแพ้ และลี้ภัยไป เบซิคตัส ในปี 2005

เคลแบร์สัน ยอมรับว่า เขาไม่สามารถรักษาโอกาสทองที่ได้มาในการย้ายไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และมีโชคร้ายนิดหน่อย